top of page

Tha Phea Commercial Building

  • sorawit.muangkham
  • Mar 17, 2021
  • 1 min read

เมื่อพูดถึงถนนท่าแพ สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถละเลยได้คือภาพของอาคารพาณิชย์หรือ “ตึกแถว” ที่เรียงรายอยู่สองข้างทางของถนน ที่ทำหน้าที่ในการสร้างกรอบของมุมมองของเมืองที่มุ่งตรงต่อไปยังประตูท่าแพ



ก่อนที่จะมีการสร้างตึกแถวขึ้นนั้น พื้นที่ตรงนี้เป็นย่านธุรกิจที่สำคัญของเชียงใหม่ในอดีตตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2427 ซึ่งเป็นช่วงยุคเริ่มต้นของการค้าระหว่างล้านนากับ ชาวอังกฤษในพม่าเมืองเชียงใหม่ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจสมัยนั้น การค้าภายในเมืองเชียงใหม่ส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือของพ่อค้าชาว

ไทใหญ่ โดยพ่อค้าคนจีนยังไม่เข้ามามากนักและต่อมาการที่รถไฟเดินทางมาถึงที่จังหวัดเชียงใหม่ใน

พ.ศ. 2464 ก็ถือได้ว่าเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เอื้อประโยชน์ให้กับชาวจีนและชาวยุโรปในการขยายธุรกิจการค้า โดยเฉพาะตามย่านท่าเรือต่าง ๆ เช่น การเริ่มต้นตั้งถิ่นฐานที่ย่านท่าเรือวัดเกตการาม จากแผนที่เมืองเชียงใหม่ที่จัดทำขึ้นใน พ.ศ. 2466 แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นของตึกรามบ้านช่อง โดยเฉพาะในถนนท่าแพเลยทำให้มีการขยายตัวบนถนนท่าแพในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิงด้วย และด้วยเนื่องจากมี การติดต่อค้าขายกับทางกรุงเทพฯมากยิ่งขึ้น ต่อมาในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2470-2520 ก็ได้เริ่มมีการสร้างตึกแถวจากเมื่อก่อนนั้นจะเน้นสร้างเป็นที่พักอาศัยของคนในพื้นที่และต่อมาเมื่อมีการเติบโตทางเศรษฐกิจก็ได้เปลี่ยนหรือลดทอนรูปแบบของตัวอาคารจากที่พักอาศัยให้กลายมาเป็นอาคารพาณิชย์สำหรับการทำธุรกิจ



ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างตัวเมือง มีการขยับขยายพื้นที่ศูนย์กลางของเมือง ส่งผลให้มีการสร้างย่านการค้าหรือย่านธุรกิจให้พื้นที่อื่นๆ ที่มีการเติบโตที่มากกว่าในพื้นที่ถนนท่าแพแห่งนี้

บวกกับในช่วง พ.ศ. 2540 ที่เกิดวิกฤตต้มยำกุ้งที่ทำให้เศรษกิจล่ม เลยส่งผลให้อาคารพาณิชย์ที่อยู่ในพื้นที่นี้ถูกลดทอนคุณค่าและไม่ได้รับความสนใจเหมือนในครั้งอดีต เหลือไว้เพียงแค่ร้านค้าขนาดเล็กหรือที่พักอาศัย



แต่ตัวอาคารเหล่านี้ก็ยังคงมีความน่าสนใจ เนื่องจากมีการออกแบบที่ร่วมสมัย จะเห็นได้ว่าเป็นการออกแบบที่น่าตื่นเต้นและสวยงามมากๆในยุคนั้น และในปัจจุบันอาคารเหล่านี้ก็ยังคงความสวยงามในด้านศิลปะและด้านสถาปัตยกรรมให้เราได้มาเดินเยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็น ร้านเครื่องเงินอัจฉรา ที่เป็นอาคารพาณิชย์สองคูหา ที่มีด้านหน้าอาคารค่อนข้างกว้าง ประมาณ 8 เมตร สูง 3 ชั้นครึ่ง มีการเล่นองค์ประกอบในการเปิดช่องเปิด ร้านเลียววิริยะ ที่ออกแบบ โดย จุลทัศน์กิติบุตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 ชั้น มีการเล่นองค์ประกอบ ทางเรขาคณิตและประดับด้วยตัวอักษร “L” ที่บริเวณด้านหน้าอาคารเล่น การใช้เส้นโค้งขององค์ประกอบ แสดงให้เห็นถึงความสามารถของฝีมือช่างที่ดี คาดว่าน่าจะสร้างประมาณ พ.ศ. 2520 เนื่องด้วยพิษเศรษฐกิจและโควิด-19 จึงทำให้ต้องประกาศขายตึกไปและร้านสล่า มองโอสถ ร้านยาแผนโบราณ ที่เปิดร้านในปี พ.ศ.2481 และต่อมาได้มีการสร้างตึกในปี 2508 เพื่อที่จะทำเป็นร้านขายยาแผนโบราณและสมุนไพรในยุคเริ่มต้นกิจการได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีเรื่อยมาตลอดแล้วก็พึ่งมามีปัญหามากที่สุดก็ในช่วง โควิด-19 เป็นต้น ในปัจจุบันอาคารพาณิชย์เหล่านี้นนั้นก็ยังคงถูกใช้งานอยู่บ้างและหลายตึกก็ต้องปิดตัวไปและก็ยังมีบางส่วนถูกซื้อหรือถูกต่อเติมโดยเจ้าของเดิมเพื่อนำกลับมาใช้งานอีกครั้ง ทำให้ถนนเส้นนี้และอาคารเหลานี้เริ่มกลับมามีชีวิตอีกครั้งในอนาคตข้างหน้าเราอาจจะได้เห็นย่านเศรษฐกิจแห่งนี้กลับมาคึกคักอีกครั้งก็เป็นได้




ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นอาจจะเห็นได้ว่าตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์เหล่านี้เป็นตัวแทนรูปแบบกายภาพของ ชุมชนเมืองในเชียงใหม่และในประเทศไทยและยังเป็นอาคารประเภทหนึ่งที่ทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างการ เปลี่ยนแปลงทางกายภาพกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคม




ภาพและบทความ : สรวิชญ์ เมืองคำ

Recent Posts

See All
3 คำกับโควิด

เป็นที่ทราบกันดีว่าช่วงปีที่ผ่านมาได้มีการระบาดของโรคโควิด19 ทำให้ผู้คนประสบปัญหาอย่างมากในการใช้ชีวิต โรคนี้สามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านทางล...

 
 
 

Comments


​© 2023 by STREET LIFE. Proudly created with Wix.com

  • Facebook Clean
bottom of page